“เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร”
คนใกล้ตัวทำหน้าอมทุกข์ พอเราถามว่า “เป็นไรป่าว?” คำตอบที่ได้กลับมาคือ “เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร” …อ่าว ทำไงดีล่ะทีนี้
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมบอกเราเพราะกำลังงอน ท่วมท้นจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก กลัวเราคิดมากตามไปด้วย หรือเพราะอะไรก็ตาม เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งรีบไปเค้นเขาเลยน้า เพราะนั่นอาจทำให้เขายิ่งถอยห่าง …ถ้าเราอยากช่วยจริง ๆ น้อง Mind อยากลองชวนทุกคนมาปรับจากการ ‘จี้ถาม’ เป็นการ ‘รับฟัง’ ไปด้วยกันดูน้า
ตัวอย่างวิธี ‘how to ทำให้เขาอยากเปิดใจเล่า’ ฉบับเพื่อนรับฟังที่ดี
สร้างสัมพันธภาพก่อน
ไม่จำเป็นต้องรีบเข้าเรื่องทันที ลองเริ่มจากการอยู่ด้วยกันเฉย ๆ ก่อนก็ได้ เช่น การบอกให้เขารับรู้ว่า “ไม่เป็นไร ยังไม่ต้องเล่าอะไรก็ได้น้า อยู่ตรงนี้ด้วยกันก่อนก็ได้” บางทีการมีคนนั่งเคียงข้างโดยไม่คาดหวังอะไรจากเรา มันก็ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยพอที่จะอยากเริ่มเล่าเองได้นะ
สะท้อนสิ่งที่เราสังเกตเห็น
แทนที่จะถามว่า “เป็นไรอะ?” ลองพูดถึงสิ่งที่เราเห็นตรง ๆ เช่น “ช่วงนี้เราสังเกตว่าเธอดูไม่ค่อยยิ้มเลย ดูเหมือนมีบางอย่างอยู่ในใจ” แล้วหยุดฟัง ไม่ต้องรีบเติมประโยค การสะท้อนแบบนี้จะช่วยเปิดช่องให้อีกฝ่ายตัดสินใจเองว่าจะบอกเรารึเปล่า
ทวนความสั้น ๆ เพื่อให้รู้ว่าเราฟังอยู่
ถ้าเขาเริ่มเล่าออกมาได้บ้าง ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ลองทวนให้เขาฟังว่าเราได้ยินอะไร เช่น “อื๋ม คือช่วงนี้เธอรู้สึกเหนื่อยสะสมเพราะเรื่องนี้เลยเนอะ” แค่นี้บางคนก็รู้สึกว่า ‘มีคนเข้าใจ’ เขาแล้ว
ยืนยันความรู้สึกโดยไม่ต้องรีบเสนอทางออก
หลังฟังเรื่องราวของเขาแล้ว ไม่ต้องรีบให้คำแนะนำหรือสอน (อย่างการพูดว่า “มองโลกในแง่ดีหน่อยสิ” หรือ “ขนาดเรายังเจอมาหนักกว่านี้เลย แค่นี้เอง”) แต่ให้ลองสื่อสารออกไปว่าเราเข้าใจเขาว่ายังไงบ้าง เช่น “โห ฟังแล้วเราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงเหนื่อย เธอทนมาขนาดนี้ ถ้าเป็นเรา เราก็คงเหนื่อยไม่ต่างกัน” แค่นี้ก็ช่วยยืนยันให้เขารับรู้ว่า ‘เขาไม่ได้กำลังแบกความรู้สึกนี้อยู่คนเดียว’
ให้ความเงียบทำงาน
บางครั้ง การที่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในโหมดที่พร้อมจะเล่า มันก็เป็นเรื่องปกติมาก ๆ หากเขาจะเล่าไปเงียบไปจนเราเริ่มทำตัวไม่ถูก แต่นั่นไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องรีบอุดทุกช่วงเวลาที่เงียบ เพราะบางครั้งการที่เราหยุดนิ่งไม่รีบพูดต่อ มันก็ช่วยส่งสัญญาณให้เขารับรู้ว่า ‘เราไม่ได้รีบ เราพร้อมฟัง’ และนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เขากล้าที่จะเล่าต่อมากกว่าการใช้คำพูดใด ๆ ซะอีกนะ
แล้วยังมีวิธีเจ๋ง ๆ อีกเพียบ ถ้าเพื่อน ๆ อยากรู้เพิ่มเติม Sati App มีหลักสูตร Mind First Aid (MFA) ที่จะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับวิธีเหล่านี้แบบย่อยง่ายอยู่น้า เรียนฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย จบปุ๊บได้ใบ cer ปั๊บ แถมเรียนจบแล้วยังมาสมัครเป็นอาสาสมัครหัวใจมีหูในระบบ Sati App เพื่อช่วยดูแลใจคนอื่นต่อได้ด้วยนะ …ลองมาเรียนดู แล้วจะรู้ว่าการเป็นนักรับฟังที่ดีช่วยปฐมพยาบาลใจคนรอบข้างเราได้มากขนาดไหน
ลงทะเบียนเรียน MFA ฟรีตลอดหลักสูตรได้ที่ https://elearning.satiapp.co/
