เคยมั้ย? พอจะริเริ่มทำอะไรสนุก ๆ สักอย่าง ความคิดแรกที่จะผุดขึ้นมาในหัวคือ “สิ่งนี้ทำเงินได้มั้ยนะ?”

คุ้น ๆ กับประโยคหวังดีเหล่านี้มั้ย?… “ชอบถ่ายรูปหรอ ไปรับจ้างถ่ายตามงานดูสิ!” 📸 “ทำขนมอร่อยนะ ไปทำขายเลยสิ!” 🧁

เชื่อว่าหลายคนคงเคยลองเปลี่ยน “สิ่งที่รัก” ให้กลายเป็น “รายได้” มาบ้าง ทว่าผลที่ตามมากลับไม่ใช่ความจอยที่เพิ่มขึ้นอย่างที่คิด แต่เป็นความรู้สึกว่า… จากที่เคยสนุก กลายเป็นกดดันจนแทบไม่อยากจะแตะมันอีกแล้ว

สิ่งนี้เรียกว่า Overjustification Effect หรือก็คือภาวะที่เรา focus กับ “รางวัล” (เช่น เงิน คำชม) ที่จะได้รับจากการทำสิ่งที่ชอบมากจนเกินไป จนถ้าวันนึงเราไม่ได้รับรางวัลอีก การทำสิ่ง ๆ นั้นจะไม่สนุกหรือให้ความสุขอีกต่อไป

วันนี้เราจึงอยากชวนเพื่อน ๆ มาดู 3 เหตุผล ว่า ทำไมคนเราถึงควรมีงานอดิเรกที่ ‘ไร้สาระ’ และ ‘ไม่ทำเงิน’ บ้าง

– ‘สอบตก’ ได้อย่างไร้กังวล: ในวันที่ชีวิตถูกตัดสินด้วย KPI ตลอดเวลา การมีสักกิจกรรมที่เราจะ “ทำพัง” แค่ไหนก็ได้จะช่วยลดแรงกดดันไม่ให้ใจเราตึงจนแตกสลายไปก่อน

– ไม่ต้อง ‘พัฒนาตัวเอง’ ตลอดเวลา: การทำอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์บ้างก็ช่วยให้สมองได้พักจากการประมวลผลเรื่องความคุ้มค่า และกลับมาเสพ Pure Joy แบบที่ไม่ต้องมี Productivity มากำกับได้นะ

– กู้คืนตัวตนที่ไม่ได้มีไว้ ‘ใช้งาน’: ช่วยเตือนตัวเองว่า “เราคือมนุษย์ที่มีความชอบ” ไม่ใช่แค่ “ฟันเฟืองชิ้นนึงในระบบ” ที่มีไว้เพื่อผลิตผลงานให้คนอื่นตลอดไป

ดังนั้น ลองอนุญาตให้ตัวเองได้วาดรูปเบี้ยว ๆ หรือปลูกต้นไม้ที่ไม่เคยออกดอกดูบ้างน้า… เพราะความสุขที่ไม่มีมูลค่าเป็นเงิน อาจเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดต่อสุขภาพจิตของเราก็ได้

“เพราะรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่เงินทอง แต่คือใจที่ยังยิ้มได้ในวันนี้”

อ้างอิง

Deci, E. L., Koestner, R., & Ryan, R. M. (1999). A meta-analytic review of experiments examining the effects of extrinsic rewards on intrinsic motivation. Psychological Bulletin, 125(6), 627–668. https://doi.org/10.1037/0033-2909.125.6.627