กว่าจะรักกันจนเป็น “คู่ชีวิต” ได้ ต้องผ่านอะไรมาบ้างนะ

วันวาเลนไทน์นี้ ขอชวนเพื่อน ๆ มาถอดรหัสผ่านความสัมพันธ์กับ The Four Stages of Relationship ผ่านมุมมองประสาทวิทยากัน!
.
Stage 1: The Euphoric Stage (ช่วงโปรฯ แรง) 
สมอง: VTA ปั๊ม Dopamine หนักมาก แต่สมองส่วนเหตุผล (PFC) กลับพักร้อน!
อาการ: เหมือน “โดนของ” เราจะยินดีมองข้าม Red Flags ของอีกฝ่าย ใครเตือนก็ไม่ฟัง ตื่นตัวจนนอนไม่หลับ หายใจเข้า-ออกเป็นหน้าเขา (การศึกษาพบว่าคู่ที่แต่งงานกันตั้งแต่ขั้นนี้มีอัตราการหย่าร้างสูงมากเลยล่ะ)
.
Stage 2: The Early Attachment (เริ่มคุ้นเคย) 
สมอง: Dopamine ลดลง แต่ได้ Oxytocin & Vasopressin มาเป็น “กาวใจ” แทน
อาการ: ความตื่นเต้นเริ่มจางหาย เราจะเห็นแฟนเป็นมนุษย์คนนึงที่ไม่ได้ perfect เริ่มมีปากเสียงกันบ้างเพื่อปรับจูน (ใครเสพติดความตื่นเต้นอาจรู้สึกว่ารักเริ่มจืดจาง แต่จริง ๆ มันคือการเริ่มสร้างความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นนะ)
.
Stage 3: The Crisis Stage (ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ) 
สมอง: Amygdala และสมองส่วนเหตุผล (PFC) กลับมาสู้งานอีกครั้ง!
อาการ: เราจะเริ่มเห็นข้อเสียของกันและกันแบบ Ultra HD สิ่งที่เคยน่ารักจะเริ่มกลายเป็นน่ารำคาญ (แค่เสียงเคี้ยวข้าวยังขัดใจ!) ทะเลาะกันได้ง่าย ๆ แม้ในเรื่องเล็ก ๆ จนบางทีเราก็เริ่มตั้งคำถามว่า “นี่เราเลือกคนผิดรึเปล่านะ?” (หลายคู่ที่สื่อสารกันไม่ดีนักมักจบความสัมพันธ์ลงที่ขั้นนี้)
.
Stage 4: The Deep Attachment (ความเป็นเพื่อนในคนรัก) 
สมอง: เข้าสู่โหมด Companionate Love
อาการ: ต่างฝ่ายต่างมีความไว้ใจต่อกัน เห็นข้อเสียของกันและกันชัดเจนแต่ยอมรับกันได้เพื่อเป้าหมายชีวิตร่วมกัน นี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่ดีของคำว่าไม้เท้ายอดทองฯ
.
แล้วต้องรักกันนานแค่ไหนถึงจะมาถึง Stage 4 ได้ล่ะ?
จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัวเสมอไปหรอกนะ เพราะจังหวะชีวิตของแต่ละคู่สั้นยาวไม่เท่ากัน Key สำคัญจริง ๆ จึงอาจอยู่ที่ว่า เราสามารถประคองกันเพื่อก้าวข้ามบททดสอบต่าง ๆ จนมาถึงจุดที่ยอมรับตัวตนของกันและกันได้มากน้อยแค่ไหนมากกว่า
.
เนื้อหาที่นำมาแชร์นี้เป็นเพียงเกร็ดความรู้สนุก ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นกลไกของความสัมพันธ์มากขึ้นเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าความสัมพันธ์ที่ดีจะต้องอยู่กันยาวเสมอไปนะ เพราะในความเป็นจริง ‘การอยู่กันยืด’ ไม่ได้เป็นตัวการันตีคุณค่าของใคร และการแยกทางกันก็ไม่ได้แปลว่าล้มเหลว ดังนั้น ไม่ว่าวันนี้สถานะความสัมพันธ์ของเพื่อน ๆ จะเป็นอย่างไร ขอให้ทุกคนเคารพความรู้สึกของตัวเอง และเติบโตในเส้นทางที่เลือกอย่างใจดีกับตัวเองที่สุดนะ
.
อ้างอิง
Fisher, H. (2004). Why we love: The nature and chemistry of romantic love. Henry Holt and Company.
Zeki, S. (2007). The neurobiology of love. Federation of European Biochemical Societies Letters, 581(14), 2575–2579. https://doi.org/10.1016/j.febslet.2007.03.094